เมเม่ wrote:
อยากทราบวิธีใช้งานของ Adobe audition 1.5 กรุณาด้วยค่ะ
ตอบ:
Code:
ใช้ไม่ยากครับ ไม่ต้องอ่านก็พอดำน้ำไปได้
หลักๆก็คือ
1 โหลดไฟล์ audio ต้นแบบเข้ามา
2 ลากไปวางบน time frame เพื่อทำการปรับแต่ง
3 ปรับๆตัดๆแต่งๆตามประสา space bar เพื่อ play/stop
4 จากนั้นก็ mix down เพื่อรวมเข้าเป็นไฟล์เดียวกัน
ประมาณนี่อะครับ
ิัby:foxley
http://download.adobe.com/pub/adobe/magic/audition/win/1.5/audition_user_guide.pdf
[hr]
มีโปรแกรมตัดต่อเพลงหลายโปรแกรมออกมาให้ผู้คนใช้ ซึ่งที่หลายๆท่านแนะนำคือ Sound Forge, Nero Wave Editor, Cakewalk, Jet Audio, Goldwave เป็นต้น ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้ก็จะมีลูกเล่นลึกๆที่แตกต่างกันไปครับ ผมจะแนะนำอีกโปรแกมนึงที่มีความสามารถพอตัวเหมือนกันเมื่อพูดถึงการตัดต่อ เพลง นั่นก็คือ Adobe Audition ครับ เดิมที Adobe Audition ใช้ชื่อ Cool Edit Pro แต่ตอนหลังมา Adobe ได้ซื้อไปและได้นำมาพัฒนาต่อจนเป็น Adobe Audition ครับ ต่อไปจะเป็นการสอนการตัดต่อโดยใช้ Adobe Audition ครับผม
ตัดต่อ:
เริ่มจากเปิดโปรแกรมขึ้นมาครับ ก็จะได้หน้าต่างตามรูปครับ
หลังจากนั้นก็ไปที่ File [1] แล้วก็เลือก Open [2] ครับ
ก็จะได้หน้าต่างขึ้นมาดังรูป หลังจากนั้นก็เลือกไฟล์เพลง .mp3 ที่ต้องการ [3] แล้วก็กด Open [4] ครับ
หลังจากนั้นเครื่องก็จะอ่านข้อมูลเพลงและก็จะขึ้นดังภาพครับ
หลังจากนั้นก็ทำการคลิกเมาส์ค้างแล้วเลือกส่วนที่ต้องการจะตัดเป็น เสียงเรียกเข้า [5] ครับ
จากนั้นก็ไปที่ Edit [6] แล้วก็ Copy [7] ครับ
จากนั้นก็กด Ctrl+N บนคีย์บอร์ดได้ครับ หรือจะไปที่ File แล้วก็เลือก New ก็ได้ครับ ก็จะปรากฏหน้าต่างเล็กๆดังรูปครับ
Sample Rate [8] ก็คืออัตราการเล่นเพลง kbps ครับ ซึ่งยิ่งสูงเสียงยิ่งคมชัด ส่วนยิ่งต่ำเสียงจะไม่ค่อยชัดครับ
Channel [9] ก็คือให้เราเลือกว่าต้องการให้เพลงที่เราต้องการนั้นเป็น Mono หรือ Stereo ครับ
Resolution [10] ก็จะเป็นความละเอียดของเสียงครับ ซึ่งถ้าต้องการเสียงที่ชัดก็ปรับตามผมได้เลยครับ จากนั้นก็กด OK [11]
จาก นั้นก็จะได้ไฟล์ใหม่ขึ้นมา แล้วก็กด Ctrl+V บนคีย์บอร์ดหรือไปที่ Edit แล้วก็ Paste ได้เลยครับ แล้วถ้ามีส่วนที่ไม่ต้องการในเพลงหลงเหลืออยู่ก็กดลากเมาส์ส่วนที่ไม่ต้อง การแล้วกด Delete บนคีย์บอร์ดได้เลยครับ เมื่อถูกใจแล้วก็ไปที่ File [12] แล้วก็เลือก Save as... [13] ครับ
ก็ จะได้หน้าต่างขึ้นมาครับ ให้เลือก Save as Type เป็น .mp3 [14] ครับ และก็ตั้งชื่อในช่อง Name [15] ครับ แล้วก็เมื่อได้ชื่อที่ต้องการแล้ว ก็กด Save [16] ได้เลยครับ เป็นอันจบครับ นี่คือขั้นตอนการตัดต่อเพลงครับ
--------------------------------------------------------------
มาดูการทำลูกเล่นและเทคนิคเล็กๆน้อยๆครับ
ถ้าสมมุติเพลงที่เรามีอยู่นั้นค่อยไป อยากทำให้ดังขึ้น เราจะทำยังไง? มีวิธีทำง่ายๆดังนี้ครับ
เริ่ม จากเปิดโปรแกรมและเปิดเพลงขึ้นมาตามที่ผมได้กล่าวไว้ด้านบนครับ จนได้ส่วนเพลงที่เราต้องการทำ เสียงเรียกเข้า หรือถ้าต้องการแค่เพิ่มเสียงเพลงไว้ฟังเองก็เปิดเพลงออกมาเฉยๆครับ หลังจากนั้นก็ไปที่ Edit [1] แล้วก็เลือก Group Waveform Normalize... [2] ครับ
หลัง จากนั้นก็จะได้หน้าต่างขึ้นมา ให้เลือกด้านล่าง Analyze Loudness [3] ครับ แล้วเลือก Scan for Statistical Information [4] เพื่อให้โปรแกรมตรวจสอบความดังของเพลงที่มีอยู่แล้วครับ แล้วก็จะได้ข้อมูลมาตามข้อ [5] ครับ
จาก นั้นก็ให้เรากดที่ Normalize [6] ด้านล่างครับ จากนั้นจะมาดูกันที่ [8] ก่อนนะครับ การที่จะเพิ่มเสียงนั้นจะเพิ่มตามหลักสูตรเลขเลยครับ นั่นก็คือ -2 จะเสียงน้อยกว่า -1 แล้ว -3 ก็จะดังน้อยกว่า -2 ประมาณนี้ครับ 1 ก็จะมากกว่า 0 ส่วน 2 ก็จะดังกว่า 1 ครับ คิดว่าคงเข้าใจนะครับ เราก็ทำการอ่านค่าความดังจาก statistic [5] ที่เราได้ scan ไว้ซึ่งถ้ากลับไปดูนั้น Avg คือ -8.87 Db ครับ ให้เราดูค่านี้ทุกครั้งที่จะทำการเพิ่มเสียงนะครับ หลังจากนั้นเราก็อยากจะให้ดังขึ้นอีกสักหน่อยนึง ก็ใส่ไปสัก -2 ในช่องที่ 2 ในข้อ [8] ดู แต่ว่าเมื่อใส่ -2 แล้ว สังเกตุข้อ [7] ดูครับว่าจะมีขึ้น max percentage over clipping ซึ่งค่านี้ผมแนะนำให้พยายามอย่าให้เกิน 2.0% จะดีที่สุด ถ้าได้ 0% เลยได้จะยิ่งดี ค่านี้หมายความว่าเมื่อเราเพิ่มเสียงนั้น จะมีการเกิด clipping เกิดขึ้นนั่นกคือการที่เสียงแตก เสียงหาย หรือมีเสียงแปลกติ๊กๆเกิดขึ้น ซึ่งจะมากขึ้นตาม % ของ overclip ครับ จึงอยากแนะนำให้ต่ำให้มากที่สุดเป็น 0% ได้จะเป็นการดีที่สุดครับ เราจะลองใส่ -6.5 ดูนะครับ หรือติ๊กข้อแรกไปเลยก็ได้ครับ เพราะข้อแรกจะประมวลค่าความสมดุลและปลอดภัยที่สุดให้ครับ เมื่อตั้งค่าที่ต้องการแล้วก็กด Run Normalize [9] ได้เลยครับ
เมื่อ ทำเสร็จก็จะได้เพลงที่ดังขึ้น(หรือเบาลงโดยทำทางตรงข้าม) แล้วก็ลองฟังดูนะครับ ถ้าดังไปหรือค่อยไปให้กด Ctrl+Z บนคีย์บอร์ดนะครับเพื่อ Undo แล้วทำการเปลี่ยน Db ใหม่ตามข้อ [8] ครับ ขอย้ำว่าให้ Undo ก่อนนะครับ ไม่งั้นเสียงเพลงจะแตกถ้าทำซ้ำครับ
จบภาคเพิ่มและลดเสียง
--------------------------------------------------------
เสียง เพลงที่บางท่านได้มาอาจจะไม่เหมือนกัน บางท่านที่ได้จาก CD เพลงโดยตรงจะคมชัดเหมือนต้นฉบับ แต่บางท่านที่ได้เพลงที่ผ่านมาแล้วหลายตลบก็อาจจะมีเสียงซ่าๆเหมือนเสียง คลื่นวิทยุหรืออะไรสักอย่าง ฟังแล้วน่ารำคาญ ทำให้ฟังเพลงไม่ชัดเชนเท่าที่ต้องการ Adobe Audition สามารถช่วยได้ครับ
เรา จะเปิดเพลงที่ต้องการขึ้นมาครับ จากนั้นก็ทำการกด Ctrl+A บนคีย์บอร์ดเพื่อเลือกเนื้อเพลงทั้งหมด(หรือลากเมาส์แล้วเลือกส่วนเพลงที่ ต้องการเอาเสียงซ่าออก) หลังจากนั้นก็ไปที่ Effects [1] แล้วก็เลือก Noise Reduction [2] แล้วก็เลือก Hiss Reduction [3] ดังรูปครับ
เมื่อ มาดูที่หน้าต่างที่เพิ่งขึ้นมา ด้านเลข [4] จะบอกว่าเสียงซ่าๆที่เราไม่ต้องการนั้นมีมากน้อยเท่าไหร่ ถ้ามันมีไม่มากก็เลือก Light ครับ(ผมแนะนำว่าให้ทำ light ก่อน) ส่วนตรง
* นั้น ผู้ที่รู้เรื่องของเสียงและการปรับแต่งอาจจะพอทราบจุดนี้ว่าหมายถึงระดับของ เสียงจาก Db ต่ำไปสูง ซึ่งถ้าต้องการแค่ทำเพลงเล็กๆน้อยๆก็ไม่ต้องไปปรับตรงนั้นก็ได้ครับถ้าไม่ชำ นาน เมื่อเลือกระดับที่ต้องการเสร็จแล้วก็กด OK [5] ได้เลยครับ แล้วก็ลองฟังดูว่าหายดีหรือเปล่าครับ
คำ เตือน: การทำ Hiss Reduction อาจจะก่อให้เกิดเสียง Clip และ Pop ได้เหมือนกับกรณีการเพิ่ม Volume มากเกินไป ซึ่งเดี๋ยวผมจะมาอธิบายวิธีแก้ครับ
-------------------------------------------------------------
มี เหลืออีกอย่างนึงที่หลายๆท่านน่าจะมีคำถามนี้ในใจว่า ทำอะไรก็มีเสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายกับเสียงงั้นเหรอ ใช่ครับ แต่ Adobe Audition เองก็มีความสามารถมากพอที่จะตอบคำถามนี้ครับว่า Adobe Audition ซ่อมด้าย!
เสียงติ๊กๆแก๊กๆที่ผมพูดถึงมาตั้งแต่ต้นซึ่งเกิดได้จาก หลายสาเหตุ อาจจะทำให้บางท่านรำคาญได้เนื่องจากว่าทำอะไรมากก็ไม่ได้ กลัวเป็นเสียงติ๊กๆแก๊กๆอย่างที่ผมกล่าว แต่ถ้าคุณกล้าเสี่ยงแล้วเจอเสียงนี้ล่ะจะทำยังไง? ผมมีคำแนะนำอันสุดท้ายมาให้ครับ
เริ่มจากเปิดไฟล์เสียงที่มีเสียง ติ๊กๆหรือที่ภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า clicks & pops ครับ หลังจากนั้นก็ไปที่ Effects [1] แล้วเลือก Noise Reduction [2] แล้วก็เลือก Click/Pop Eliminator [3] ครับ
เมื่อ เข้ามาที่หน้าต่างนี้ เราจะเจอกับอะไรๆไม่รู้มากมายให้ปรับ แต่ข่าวดีคือว่าโปรแกรมนี้ปรับค่ามาให้อย่างสมดุลและปลอดภัยที่สุดแล้ว แต่ถ้ายังอยากจะปรับด้วยตัวเองก็ปรับได้ครับ ดังนั้นถ้าไม่ต้องการยุ่งกับส่วนอื่นๆ เราจะมาดูที่ข้อ [1] กันครับ ถ้าเรามีเสียงติ๊กๆแก๊กๆเยอะๆมาเป็นระยะสั้นๆ ก็ให้เลือกข้อ Constant Hiss and Crackle ครับ หรือถ้ามีมากกว่านั้นก็ลองดูเป็นข้อ Hiss+Lots of Clicks ดูครับ หลังจากนั้นก็กด OK [2] ครับเพื่อให้โปรแกรมจัดการกับเจ้าเสียงน่ารำคาญนี้ทิ้งซะ
ผม คงมีมาแนะนำเท่านี้ แต่จริงๆยังมีลูกเล่นอีกมากมายที่ Adobe Audition สามารถทำได้ ซึ่งก็ต้องค่อยๆเรียนรู้กันไป ผมคงจะนำมาฝากเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่เข้ามาอ่านครับ
By: UnknownX